|
ไม้ในสกุล(genus) อะเคเซียมีอยู่ประมาณ 1,300 ชนิดทั่วโลก โดยมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ทวีปออสเตรเลียไปยังอัฟริกา
จนถึงทวีปอเมริกา ซึ่งมีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติแตกต่างกันมาก ตั้งแต่สภาพเป็นแบบแห้งแล้งแบบทะเลทราย (arid desert)
จนถึงสภาพแบบป่าเขตร้อนชื้น (Tropical rain forest) และแบบป่าเขตอบอุ่นชื้น (Temperate rain forest) และมีลักษณะ
รูปทรงลำต้นแตกต่างกันไป ไม้อะเคเซียเป็นพันธุ์ไม้ที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจน(nitrogen-fixing) ทำให้สามารถเจริญเติบโต
ได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆ และยังมีบทบาทสําคัญต่อการพัฒนาของระบบนิเวศนวิทยาตามธรรมชาติในประเทศต่างๆ มากกว่า
70 ประเทศ ได้มีการนำไม้อะคาเซียจากต่างถิ่น (exotic)เข้าไปปลูกเพื่อการฟื้นฟูสภาพป่าและนำไปใช้ประโยชน์เป็นไม้้ใช้สอยในด้าน
ต่างๆ เช่น ไม้ฟืนถ่าน ก่อสร้างเฟอร์นิเจอร์และการผลิตสารแทนนิน เป็นต้น และในช่วง7-8 ปีที่ี่ผ่านมาได้มีการปลูกป่าไม้อะเคเซีย
เพื่อผลิตเยื่อกระดาษโดยเฉพาะในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน อินเดียและเวียดนาม (Turnbull et al. 1998)
ชนิดไม้ Acacia ในเขตร้อนที่มีบทบาทสำคัญในปัจจุบันได้แก่ กระถินเทพา (Acacia mangium) กระถินณรงค์
(Acacia auriculiformis) และ Acacia crassicarpa สำหรับในประเทศไทย ได้มีการนำไม้กระถินณรงค์เข้ามาปลูกเมื่อ
ประมาณ 50 ปี มาแล้ว เป็นไม้ที่มีคุณสมบัติของเนื้อไม้เหมาะต่อการทำเฟอร์นิเจอร์
ไม้กระถินเทพาได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยมาประมาณ 10 กว่าปี เป็นไม้โตเร็ว และให้ผลผลิตเนื้อไม้สูง นอกจากนี้
เนื้อไม้ยังมีคุณสมบัติความเหมาะสมในการทำเยื่อกระดาษอีกด้วย Acacia crassicarpa เป็นพันธุ์ไม้ต่างประเทศที่ได้นำเข้ามา
ทำการทดลองปลูกในประเทศไทยเมื่อปี 2528 ร่วมกับไม้ต่างประเทศอื่นๆ ภายใต้โครงการทดลองปลูกพรรณไม้ ออสเตรเลียในประเทศไทย โดยพันธุ์ไม้ทั้ง 2 ชนิด แสดงศักยภาพในการนำไปปลูกสร้างสวนป่าเศรษฐกิจ เพื่อเป็นไม้ใช้สอยสำหรับชุมชนและมีคุณสมบัติในการทำเยื่อกระดาษได้เป็นอย่างดี จึงเป็นไม้โตเร็วต่างประเทศที่น่าจะมีบทบาทสำคัญในอนาคต
ในส่วนการใช้ประโยชน์ไม้อะเคเซียเพื่อเพิ่มมูลค่าของไม้ในรูปต่างๆ เช่น การแปรรูปไม้ การทำเครื่องเรือน การทำไม้บางไม้อัด
และการทำแผ่นบอร์ด เป็นต้น พบว่ายังไม่มีการใช้ประโยชน์ไม้อะเคเซียเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ไม้ชนิดต่างๆ ข้างต้นในประเทศเลย
ด้วยเหตุนี้ โครงการวิจัย คุณสมบัติและการใช้ประโยชน์ไม้สกุลอะเคเซีย จึงได้มีการร่วมมือกับสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์อย่างแน่วแน่ในอันที่จะศึกษาวิจัยให้เกิดเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเป็นประโยชย์ต่อการพัฒนาการใช้ไม้อะเคเซีย
ขึ้นสู่ระดับมาตรฐานทางด้านการผลิตเป็นอุตสาหกรรมทั้งขนาดเล็กและขนาดย่อมในรูปแบบการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
และเทคโนโลยีขึ้นสูงเป็นเบื้องต้น ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการผลิตเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อันได้แก่ อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ และอุตสาหกรรมเครื่องเรือน และผลิตภัณฑ์ไม้อื่น ๆ ต่อไป |