ความสำคัญและที่มา วัตถุประสงค์ ขอบเขต   ประโยชน์ วิธีการดำเนินงาน ระยะเวลาทำการวิจัย ผลสำเร็จและความคุ้มค่า        
โครงการวิจัยต่อเนื่อง เริ่มปี 2550-2554
 
  ความสำคัญและที่มา

                 แผ่นวัสดุทดแทนไม้หรือแผ่นไม้ประกอบ (Wood Composites) ชนิดแผ่นชิ้นไม้อัด หรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ด เป็นแผ่นไม้ชนิดที่ผลิตจากวัสดุไม้ที่มีขนาดเล็กจะถูกย่อยเป็นชิ้นขนาดเล็ก ๆ แล้วผสมกับกาวหรือสารเติมแต่งอื่น ๆ แล้วนำไปอัดให้ติดกันเป็นแผ่นภายใต้แรงอัด และความร้อนในเครื่องอัดร้อน เพื่อให้เกิดการยึดติดกันระหว่างชิ้นไม้เส้นใยเล็ก ๆ จนเป็นแผ่นไม้ประกอบตามต้องการ ซึ่งอาจจะมีการผสมสารเพิ่มชนิดอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงให้แผ่นไม้ประกอบมีคุณสมบัติพิเศษบางประการ แผ่นไม้ประกอบนี้สามารถใช้แทนไม้แปรรูปได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะการผลิตเฟอร์นิเจอร์ขั้นต่อไป
                 ในปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยลดลงจนรัฐต้องแก้ไขปัญหาด้านการส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพิ่มมากขึ้น  และมีการนำไม้มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด  จากสถิติการป่าไม้ของประเทศไทย 2543 (กรมป่าไม้, 2543) รายงานว่ามีโรงงานแปรรูปไม้และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้ พ.ศ.2543 จำนวนทั้งหมด 15,757 โรงงาน  ซึ่งโรงงานจะมีเศษไม้เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปไม้เป็นจำนวนมาก     ยกตัวอย่างจากการทดลองหาปริมาณเศษไม้เหลือทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา  พบว่า  ได้น้ำหนักไม้แปรรูปเฉลี่ย 51.43 % ของน้ำหนักไม้ท่อน  ที่เหลือเป็นปีกไม้เฉลี่ย 18 %  เศษไม้ริมไม้เฉลี่ย 17.28 % และขี้เลื่อยเฉลี่ย 13.23 %   ดังนั้นจึงมีเศษไม้เหลือทิ้งจากการแปรรูปไม้ยางพารารวมทั้งสิ้น 48.57 % นอกจากนี้  จากการทดลองหาปริมาณเศษไม้เหลือทิ้งจากการกลึงไม้มะม่วง  พบว่า   หลังจากการกลึงจะได้ชิ้นงานรูปทรงกระบอก   คิดเป็น  10.16 %  ของไม้ท่อน   ที่เหลือเป็นปีกไม้เฉลี่ย 46.46%  ขี้เลื่อยเฉลี่ย 10.87%  เศษไม้กลึงเฉลี่ย 32.5 %  และผงขัดไม่เกิน 1 %   ดังนั้นจึงมีเศษไม้เหลือทิ้งจากการกลึงไม้มะม่วง  รวมทั้งสิ้นถึง  89.84 %   ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงมาก  (วรธรรม อุ่นจิตติชัย, 2546) ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการใช้ประโยชน์จากเศษไม้เพื่อผลิตเป็นอุตสาหกรรมมีความ  เจริญก้าวหน้าอย่างสูงสามารถใช้เศษไม้มาย่อยละเอียดแล้วอัดเป็นแผ่นชิ้นไม้อัดทดแทนไม้ธรรมชาติ (wood-based panels) โดยมีคุณสมบัติใกล้เคียงไม้ธรรมชาติทุกประการเศษไม้เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นชิ้นอัดได้เช่นกัน  ดังนั้นหากมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากเศษไม้สกุลกระถินที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมแปรรูปไม้  เป็นการนำเศษไม้ที่เหลือจากการแปรรูปกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง โดยนำมาผลิตเป็นแผ่นชิ้นไม้อัด       หรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ด  อีกทั้งยังเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศษไม้ที่เหลือใช้จากการแปรรูป  ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก 

 
                           
วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการนำเศษไม้สกุลอะคาเซีย   มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดหรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ด
2. เพื่อศึกษาการทำชิ้นไม้ชนิดต่างๆ เช่น เกล็ดไม้, ขี้กบ,  แท่ง, แถบ, เม็ด เป็นต้น จากวัตถุดิบไม้ลักษณะต่าง ๆ ให้เหมาะสมต่อการ ทำแผ่นชิ้นไม้อัด  หรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ด  เป็นการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ให้เกิดมูลค่า  ลดขยะและเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์
3. เพื่อศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดจากไม้สกุลอะคาเซีย  ให้ได้คุณภาพของแผ่นไม้ตามมาตรฐานต่างประเทศ และมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมไทย (สมอ.)
4. ศึกษากรรมวิธีการผลิตในการปรับปรุงคุณภาพการยึดเหนี่ยวกาวกับชิ้นไม้  สารเติมแต่งต่างๆ เพื่อให้ได้แผ่นชิ้นไม้อัด  หรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ดที่มีคุณภาพและคุณสมบัติ  ความแข็งแรง  ความทนทานหรือคุณสมบัติอื่นๆ  ที่ต้องการ
5. เพื่อศึกษาถึงคุณสมบัติทางกล และคุณสมบัติทางกายภาพของแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษไม้แปรรูปของไม้สกุลอะคาเซีย 
6. เพื่อศึกษาถึงศักยภาพความเป็นไปได้ในการนำเศษไม้แปรรูปของไม้สกุลอะคาเซีย มาผลิตเป็นแผ่นชิ้นไม้อัด  หรือแผ่นปาร์ติเกิลบอร์ดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์นำไปตั้งเป็นโรงงานผลิตแผ่นไม้ประกอบขนาดเล็กจากไม้สักหรือเป็นอุตสาหกรรมไม้แบบต่อเนื่อง (Integrated Wood Industry) อันเป็นวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากไม้ได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ตลอดไป

ขอบเขตของโครงการวิจัย        

1.สำรวจและวิเคราะห์หาความเป็นไปได้เชิงการผลิตเกี่ยวกับระดับอายุ ขนาดและปริมาณไม้สกุลอะคาเซีย    ที่ปลูกในสวนป่าต่าง ๆ  ในประเทศ  ตลอดจนเศษไม้  ปลายไม้  ที่มีสามารถนำมาใช้ทดแทนวัตถุดิบในการผลิตได้
2. ทดสอบหาความเหมาะสมของวัตถุดิบ  จาก ข้อ 1. เพื่อนำมาทำชิ้นไม้  ลักษณะและขนาดต่าง ๆ 
3.ทดสอบหาความเหมาะสมในการนำชิ้นไม้ผสมกับกาวและสารเติมแต่งต่าง ๆ ตลอดจนความเหมาะสมในกรรมวิธีตั้งแต่เทคนิคการผสม  การเตรียมแผ่นและการอัดร้อนระหว่างการทำแผ่นไม้ประกอบประเภทต่าง ๆ
4. ทดสอบหาคุณภาพ ทั้งด้านความแข็งแรงและความคงขนาดของแผ่นไม้ประกอบที่ผลิต  โดยใช้อัตราส่วนผสมของกาว ชนิดของกาวและสารเติมแต่งต่าง ๆ  ในระดับปริมาณหลายระดับ  ให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อคุณภาพที่ดีของแผ่น

       
                                   
        ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ          
                                   

1. ทราบความเป็นไปได้ในการนำไม้สกุลอะคาเซียที่ปลูกอยู่ในสวนป่าแต่ยังมิได้นำมาใช้ประโยชน์   มาใช้ทำเป็นแผ่นไม้ประกอบ
2. ทราบถึงลักษณะของชิ้นไม้ที่เหมาะสม ต่อการนำไปผลิตแผ่นไม้ประกอบ
3. ทราบถึงระดับชนิดและสภาวะที่เหมาะสมของกาวและสารเติมแต่งต่าง ๆ ตลอดจนขั้นตอนในกระบวนการผลิตแผ่นไม้ประกอบ
4. ทราบระดับ ความแข็งแรง ความคงทน  การดูดซึมน้ำและคุณลักษณะอื่น ๆ ที่ต้องการต่อการนำแผ่นไม้ประกอบไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร  เช่น  เฟอร์นิเจอร์ 
5.  ผลที่ได้รับจะเป็นความรู้ และข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญต่อการนำไปใช้ประโยชน์ของโรงงานอุตสาหกรรมไม้ต่าง ๆ  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตแผ่นไม้ประกอบ
6.ผลการศึกษาก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติในด้านการกำหนดนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม  การลงทุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการยกระดับขีดความสามารถทางการผลิตการบริหาร  รวมทั้งการพัฒนาบุคคลากรในภาคอุตสาหกรรมด้วย

   
                 
วิธีการดำเนินงาน    

1. สำรวจและวิเคราะห์หาความเป็นไปได้เชิงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับระดับอายุ  ขนาด  และปริมาณไม้สกุลอะคาเซีย  เพื่อมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่น
2. ทดสอบหาความเหมาะสมของวัตถุดิบที่  โดยวางแผนการทดลองในการผลิตแผ่น โดยใช้อัตราส่วนผสมของชิ้นไม้  กาว  ชนิดของกาว  ปริมาณของกาว  ปริมาณสารเติมแต่งต่างๆ ในระดับปริมาณหลายระดับ  ให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อคุณภาพที่ดีของแผ่น
3. นำแผ่นชิ้นไม้อัดที่ผลิตได้ไปทดสอบหาคุณภาพ  ทั้งด้านความแข็งแรง  และความคงขนาดของแผ่นชิ้นไม้อัดที่ผลิตได้
4. วิเคราะห์ผลการทดสอบและเปรียบเทียบกับตามมาตรฐานต่างประเทศ(JIS A 5908-1994 :
Particleboards) และ มอก. ไทย

                 
        ระยะเวลาทำการวิจัย

 ระยะเวลา 5 ปี (ปี พ.ศ. 2550-2554)
โดยในแต่ละปีจะมีการกำหนดชนิดไม้วัตถุดิบของโครงการวิจัย คือ
       ปีที่ 1 ไม้กระถินเทพา (Acacia crassicarpa) 3- 5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย  
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 2 ไม้กระถินออลาโคคาร์ป้า (Selected Acacia auriculiformis) 3- 5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 3 ไม้กระถินณรงค์ (Selected Acacia mangium) 3-5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 4 ไม้กระถินคราสซิคาร์ป้า (Acacia aulacocarpa) 3- 5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 5 ไม้กระถินพันธุ์ผสม(Controlled Crossing Acacia spp.) 3- 5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)

               
ผลสำเร็จและความคุ้มค่า

 ประเภท G
1. ทำให้ทราบถึงสถานภาพและศักยภาพของเศษไม้สกุลอะคาเซียที่จะนำมาทำเป็นแผ่นวัสดุทดแทนไม้
2. ทำให้ได้ข้อมูลเรื่องการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัดจากเศษไม้สกุลอะคาเซีย  ซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นที่มีศักยภาพต่อไป
3. เป็นแนวทางในการประยุกต์นำไปตั้งโรงงานขนาดเล็กในการผลิตแผ่นชิ้นไม้อัด(ปาร์ติเกิลบอร์ด) จากเศษไม้สกุลอะคาเซียหรือเป็นอุตสาหกรรมไม้แบบต่อเนื่อง (Integrated Wood Industry) สำหรับส่งเสริมและเผยแพร่สู่ชุมชนที่มีศักยภาพ
4. มีการพัฒนาการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและศึกษาการขจัดของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

งานอุตสาหกรรมวัสดุทดแทนไม้และกาวติดไม้ กลุ่มงาพัฒนาอุตสาหกรรมไม้
สำนักวิจัยและพัฒนาาการป่าาไม้ กรมป่าไม้
ชั้น 5 อาคารสุรัสวดี 61 ถนนพหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-2561-4292-3 ต่อ 5471 โทรสาร 0-2940-6285 E-mail : [email protected]