โครงการวิจัยต่อเนื่องเริ่มปี  2550-2554
ความสำคัญและที่มา วัตถุประสงค ขอบเขต ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ วิธีการดำเนินงาน ระยะเวลาทำการวิจัย ผลสำเร็จและความคุ้มค่า        
  ความสำคัญและที่มา   
 

    ในปัจจุบันจำนวนป่าไม้ในประเทศไทยมีจำนวนลดน้อยลงทุกวันแต่ความต้องการในการใช้ไมกลับเพิ่มขึ้น 
จึงทำให้ปริมาณไม้ที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์  เพราะฉะนั้นจึงได้มีการผลิตไม้เทียม 
(Artificial woods) 
ขึ้นเพื่อลดปัญหาที่เกิดจากไม้ในด้านต่างๆ  เช่น  ปริมาณไม้ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า  การเก็บรักษาเนื่องจากไม้สามารถผุกร่อนได้  ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเนื่องจาก
ไม้มีน้ำหนักมาก  และในทุกวันนี้มีวัตถุหลายชนิดที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ 
พลาสติกจัดเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย  ซึ่งยังคงมีการพัฒนาปรับปรุงคุณสมบัติอยู่เสมอเพื่อให้ได้พลาสติกที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นและต้นทุนการผลิตต่ำ  จากการศึกษาพบว่าแนวทางหนึ่งในการปรับปรุง สมบัติของพลาสติกและลดต้นทุนการผลิต  คือ  การทำพอลิเมอร์คอมโพสิต (Polymer composites) 
ซึ่งในปัจจุบันพอลิเมอร์คอมโพสิตได้ถูกนำมาใช้ในงานก่อสร้างเฟอร์นิเจอร์  ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า 
อุปกรณ์รถยนต์และบรรจุภัณฑ์ต่างๆเป็นต้นพอลิพรอพิลีนเป็นพลาสติกประเภทหนึ่งที่มีผู้นิยม
นำมาใช้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆมากมายและเพื่อเป็นการพัฒนาสมบัติของพลาสติกนี้
จึงได้มีผู้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเส้นใยธรรมชาติมีประโยชน์ดังนี้
    1. หาง่ายมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้
    2. มีราคาถูกทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตได้
    3. สมบัติเชิงกลดี
    4. น้ำหนักเบา
    5. ความหนาแน่นต่ำ
    6. สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
    7. ใช้พลังงานในการผลิตต่ำ
    8. ลดกากของเสียจากเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
    ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับไม้  เช่น  อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์  อุตสาหกรรมกระดาษ 
อุตสาหกรรมการเกษตรบางประเภทมักมีเศษไม้หรือผงไม้ที่ใช้เป็นจำนวนมาก  จึงได้มีแนวคิดที่นำเศษไม้
้หรือผงไม้เหล่านี้มาผสมกับพลาสติกเพื่อเป็นพอลิเมอร์คอมโพสิต(Polymer composites) เนื่องจากพอลิเมอร์
์คอมโพสิตมีสมบัติดีกว่าไม้หรือพลาสติก  คือ
    1. มีน้ำหนักเบา
    2. ความหนาแน่นต่ำ
    3. มีความแข็งแรงและค่ามอดูลัสต่อน้ำหนักสูง
    4. ขึ้นรูปได้ง่าย
    5. มีอายุการใช้งานต่ำ
    6. สามารถนำไปใช้งานแทนไม้หรือโลหะได้
    เพราะฉะนั้นพอลิเมอร์คอมโพสิตจึงมีความสำคัญมากในปัจจุบัน  ดังนั้น 
จึงมีแนวความคิดในการวิจัยการศึกษาไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิตจากพอลิเอทิลีน
โดยใช้ไม้สกุลอะคาเซียซึ่งเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจน สามารถเจริญเติบโตได้ทุกสภาพ
และเป็นไม้ที่มีความสำคัญในการปลูกป่ามาใช้ในการศึกษาเพื่อเป็นการเพิ่มการใช้ประโยชน์ไม้สกุลอะคาเซีย
ได้สูงสุดและสามารถนำเทคโนโลยีที่ได้ไปใช้ในงานอุตสาหกรรมไม้ต่อไป 

 
             
                                                                 
วัตถุประสงค์  

1. เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการนำไม้สกุลอะคาเซียมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแผ่นไม้เทียม
2. เพื่อศึกษาหาสภาวะที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตแผ่นไม้เทียม
3.เพื่อศึกษาอัตราส่วนของปริมาณเส้นใยไม้ต่อพอลิเมอร์เพื่อให้ได้ไม้เทียมที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด
4.ศึกษากรรมวิธีการผลิตในการปรับปรุงคุณภาพการยึดเหนี่ยวกาวกับเส้นใยไม้ สารเติมแต่งต่างๆ
เพื่อให้ได้แผ่นไม้เทียม
5. เพื่อศึกษาสมบัติต่างๆ ของพอลิเมอร์คอมโพสิตไม้เทียมจากไม้สกุลอะคาเซีย เช่น สมบัติเชิงกลสมบัติ
ิทางกายภาพและสมบัติทางความร้อน

 
       
ขอบเขตของโครงการวิจัย        

    ดำเนินการศึกษาตั้งแต่ปีงบประมาณ  2550-2554 โดยใช้พอลีเอทิลีนในการผลิตพอลิเมอร์คอมโพสิตกับไม้สกุลอะคาเซีย
มีขอบเขตการวิจัยดังนี้
1.ศึกษาผลของขนาดเส้นใยไม้สกุลอะคาเซียที่นำมาผลิตไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิต
2.ศึกษาสภาวะการขึ้นรูปที่เหมาะสมในกระบวนการผลิตไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิตและไม้สกุลอะคาเซีย
3.ศึกษาอัตราส่วนของเส้นใยไม้สกุลอะคาเซียต่อพอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติต่างๆ เช่น สมบัติเชิงกลสมบัติทางกายภาพ
และสมบัติทางความร้อน
4.ศึกษาผลของสารช่วยผสมและปริมาณที่เหมาะสมที่ทำให้พอลีเมอร์คอมโพสิตมีคุณสมบัติที่ดีขึ้น
5.ศึกษาสมบัติต่างๆ ของแผ่นไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิต  ตามมาตรฐานในประเทศและต่างประเทศ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ  

1. สามารถผลิตไม้เทียมเพื่อทดแทนไม้ธรรมชาติได้  เป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความสมดุลของระบบนิเวศน์
2. ทราบถึงขนาด  ปริมาณเส้นใยและสารช่วยผสมที่เหมาะสมเพื่อให้ได้พอลิเมอร์คอมโพสิตที่มีสมบัติที่ดีที่เหมาะสมที่สุด
3. ทราบถึงสูตรและกระบวนการผลิตที่เหมาะสมในการผลิตไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิต 
4. ทราบถึงคุณสมบัติทางกลและคุณสมบัติทางกายภาพของไม้เทียมพอลิเมอร์คอม
โพสิตของไม้สกุลอะคาเซีย  
5. สามารถนำความรู้และเทคนิคในการผลิตไม้เทียมที่ได้ไปพัฒนาในขั้นต่อไป  และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับไม้ชนิดอื่นๆ ได้ด้วย

 
วิธีการดำเนินงาน

1. สำรวจและวิเคราะห์หาความเป็นไปได้เชิงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับระดับอายุ  ขนาด  และปริมาณไม้สกุลอะคาเซีย
เพื่อมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไม้เทียม
2. ศึกษาสมบัติของคอมโพสิตเมื่อทำการเปลี่ยนปริมาณสารช่วยผสมต่อเส้นใยไม้สกุลอะคาเซีย
3. ศึกษาสมบัติของคอมโพสิตเมื่อทำการเปลี่ยนปริมาณเส้นใยต่อปริมาณพอลิเมอร์
4. ศึกษาสมบัติของคอมโพสิตเมื่อทำการเปลี่ยนขนาดเส้นใยไม้สกุลอะคาเซีย
5. ทดสอบหาความเหมาะสมของวัตถุดิบ โดยวางแผนการทดลองในการผลิตแผ่น โดยใช้อัตราส่วนผสมของเส้นใยไม้ กาว
ชนิดของกาว  ปริมาณของกาว  ปริมาณสารเติมแต่งต่างๆ ในระดับปริมาณหลายระดับให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม
ต่อคุณภาพที่ดีที่สุด
6. นำแผ่นที่ผลิตได้ไปทดสอบหาคุณภาพ  ทั้งด้านความแข็งแรง  และความคงขนาดของแผ่นที่ผลิตได้
7. วิเคราะห์ผลการทดสอบและเปรียบเทียบกับตามมาตรฐานต่างประเทศ (JIS A 5908-1994 :
Particleboards)
และ มอก. ไทย

   
     
ระยะเวลาที่ดำเนินการ

ระยะเวลา 5 ปี (ปี พ.ศ. 2550-2554)
โดยในแต่ละปีจะมีการกำหนดชนิดไม้วัตถุดิบของโครงการวิจัย คือ
       ปีที่ 1 ไม้กระถินเทพา (Acacia crassicarpa) 3 -5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย  
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 2 ไม้กระถินออลาโคคาร์ป้า (Selected Acacia auriculiformis) 3- 5สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 3 ไม้กระถินณรงค์ (Selected Acacia mangium) 3-5 สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 4 ไม้กระถินคราสซิคาร์ป้า (Acacia aulacocarpa) 3 -5สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย
                 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)
       ปีที่ 5 ไม้กระถินพันธุ์ผสม(Controlled Crossing Acacia spp.)3-5สายพันธุ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ทำการวิจัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและศักยภาพในการจัดหาสายพันธุ์ในการผลิต)รผลิต)

 
ผลสำเร็จและความคุ้มค่า    

ประเภท G
1. ทำให้ทราบถึงสถานภาพและศักยภาพของไม้สกุลอะคาเซียที่จะนำมาทำเป็นแผ่นวัสดุทดแทนไม้
2.ทำให้ได้ข้อมูลเรื่องการผลิตแผ่นไม้เทียมพอลิเมอร์คอมโพสิตจากเอทิลีนซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่
่   ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นที่มีศักยภาพ  เกิดรายได้และเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ
   ชุมชน
3.เป็นแนวทางในการประยุกต์นำไปตั้งโรงงานขนาดเล็กในการผลิตแผ่นพอลิเมอร์คอมโพสิตจาก
   เอทิลีนหรือเป็นอุตสาหกรรมไม้แบบต่อเนื่อง (Integrated Wood Industry) สำหรับส่งเสริมและเผยแพร่
่   สู่ชุมชนที่มีศักยภาพ
4.มีการพัฒนาการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและศึกษาการขจัดของเสียอย่างมี
   ประสิทธิภาพเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดความสมดุลของระบบนิเวศน์

   
                     
 
 
งานอุตสาหกรรมวัสดุทดแทนไม้และกาวติดไม้ กลุ่มงานพัฒนาอุตสาหกรรมไม้
สำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ กรมป่าไม้
ชั้น 5 อาคารสุรัสวดี 61 ถนนพหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 0-2561-4292-3 ต่อ 5471 โทรสาร 0-2940-6285 E-mail : [email protected]